Go to http://Saijai.net


    "ฮิญาบ" อยู่ในหลักการของอิสลามหรือไม่?


    ฮิญาบคืออะไร?

    ความหมายของคำว่า  “ฮิญาบ”  ในภาษาไทย มีดังตัวอย่างข้างล่างนี้

    “ฮิญาบ”  มีความ หมายว่า  “ฉาก, ฉากญี่ปุ่น, เครื่องกำบัง, การปกคลุม, ม่าน, ใส่ม่าน, มุ้ง, แต่งกาย, เสื้อผ้า”,   วิธีการจัดเสื้อผ้า,ที่กั้น, กำแพง, ผนัง, ฝา, สิ่งที่กั้นออกเป็นคนละส่วน

    คำ “ฮิญาบ”  นี้มีใช้อยู่ในอัลกุรอานอยู่หลายแห่ง แต่ไม่มีสักแห่งเดียวเท่า
    ที่ทราบ ใช้ในความหมาย ของ “ผ้าคลุมศรีษะ”  ความหมายต่างๆของคำ

    ว่า “ฮิญาบ” ในอัลกุรอานมีดังต่อไปนี้…

    และระหว่างสถานที่ทั้งสองนั้นมีผนังกั้น (๗..๔๖)

    ถามเขาอยู่ข้างหลังม่าน  (๓๓....๕๓)

    โดยม่านแห่ง(ความมืด) (๓๘..๓๒)

    และมีม่านกั้นอยู่ระหว่างเราและท่าน(๔๑...๕)

    เบื้องหลังม่าน (๔๒…๕๑)

    ม่านที่ไม่สามารถมองเห็นได้(๑๗…๔๕)
    (หมายถึงมีสิ่งกีดกั้นที่มองไม่เห็นอยู่ระหว่าง ท่านรอซูลล์และผู้ไม่ศรัทธา)

    ม่านกั้น (๑๘..๑๗)
    (นางได้เอาม่านกันระหว่างนางกับเขาเหล่านั้น)

    ถ้าคำว่า “ฮิญาบ” หมายถึงผ้าคลุมศรีษะ, ที่อ้างกันแล้ว
    ดังนั้นในกรุอาน อายะห์  ๒๔..๓๑ พระองค์อัลลอฮ์คงจะต้องใช้
    คำว่า “ ฮิญาบ"  แทนที่จะใช้คำว่า " คิมัร"
    จากประโยคข้างล่างนี้

    "วัลยัดริบนะ บิคุมุริฮินนะ อะลายุยูบิฮินนะ"

    และเขาผู้หญิงเหล่านั้นควรจะ (หรือจะต้อง) ดึงผ้าคลุม(คลุมศีรษะ, คลุมไหล่) ลง มาปกปิดทรวงอก ของเขา

    โปรดเข้าใจประโยคนี้ให้ดีว่า ในประโยค นี้ไม่มี ความ
    หมายว่า “ให้ดึงผ้าคลุมส่วนไหนของร่างกายมาคลุมศีรษะ”

    แต่หมายความความว่า “ให้ดึงผ้าที่เธอคลุมศีรษะอยู่แล้ว
    ตั้งแต่สมัยก่อน “อัลกุรอาน” ลงมาปกปิดทรวงอกของเขาเหล่านั้น

    ดังนั้น การอ้างอายะ 24:31 ว่า เป็นโองการสั่งให้มุสลิมหญิง คลุมศีรษะจึงเป็นการบิดเบือน ข้อความในอายะนี้    ด้วยเหตุผลที่กล่าวมานี้ “การสวมฮิญาบ” จึงเป็นประเพณี  ดั้งเดิม ของอรับ ไม่ใช่หลักการ ของศาสนา  
         
                   ไม่ว่าสุภาพสตรีมุสลิมจะสวมฮิญาบหรือไม่,  ไม่ใช่ข้อสำคัญของผู้เขียน   ผู้เขียนไม่มีความข้องใจอะไร เพราะ ถ้าสวมเป็นแฟชั่น ก็ดูสวยงามดี  บางครั้งเพิ่มความมีเสน่ห์  แก่ผู้สวมเสียอีก

                     ความสำคัญอยู่ที่ ถ้าไม่มี  กฏบังคับ  ในอัลกุรอาน ว่า หญิงมุสลิมจะต้อง สวม "ฮิญาบ" แล้ว เราไม่ควรจะ  ไปต่อเติม, และนำมาขู่หรือ หลอกลวง ว่า เป็นหลักการของศาสนาอิสลาม  ถ้าสวมฮิญาบแล้ว จะได้ขึ้นสวรรค์  หรือหลอกลวง ว่า ฮิญาบเป็นผ้าจากสรวงสวรรค์ที่ อัลลอฮ์ประทานมา  ซึ่งเป็นการไม่สมควร และเป็นการบิดเบือนข้อแท้จริง ของหลักการของอิสลาม

                        สตรีมุสลิม ควรที่มีสิทธิ ที่ จะตัดสินใจเอง ว่า จะสวม ฮิญาบ เพื่อ เป็น แฟชั่น  อรับ  หรือ แฟชั่น ตะวันตก  หรือจะไม่สวมก็ได้ เพราะ ไม่ใช่หลัก การของ ศาสนา แต่เป็น  ประเพณี อรับ   แม้แต่ใน    อเมริกา หญิง คริสเตียน   บางคน  ก็สวม ฮิญาบ   ตาม ประเพณี และบางคนก็ไม่สวม  

                 การ  สวม"ฮิญาบ"  เพราะ เป็น  ประเพณี ท้องถิ่น  เช่น  ประชาชน  ทางภาคใต้ของไทย มองดูแล้วสวยงามดี และเป็นสิ่งเหมาะสมตาม ภูมิภาค   การสวมฮิญาบ  เป็น การแต่งกาย  ของสตรีที่สวยงาม เพราะ  "ฮิญาบ" มีหลากสี   และ แบบ ต่างๆ  มีใน ประเทศไทย  มานานแล้ว  นิยมสวมกัน  ไม่ว่าจะเป็น ผู้นับถือศสนาใด  แต่ สวม กัน เป็นแฟชั่น   เราเรียกกันว่า  "ผ้าคลุมผม"  ส่วนมากจะสวมกัน เวลาไปตาก  อากาศ ชายทะเล หรือ ไปเที่ยว ในประเทศกลุ่มอรับ ที่มีลมและฝุ่น  จากทะเลทราย,    เราจะเห็นว่า หญิงและ ชายอรับ มีเครื่อง แต่งกาย คลุมร่างกาย ตามลักษณะ ภูมิประเทศของเขา เพื่อป้องกัน ลมและฝุ่น  ทราย จากสภาพแวดล้อมของเขา

             สภาพสิ่ง แวดล้อม ในกรุงเทพฯ ฮิญาบก็มีประโยชน์ ในการ   ป้องกัน ฝุ่นผสมกับไอน้ำมัน จากรถยนตร์ จะมาจับเส้นผมของหญิง  และชาย ซึ่งเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ของเมืองไทย ในปัจจุบันนี้   การสวมฮิญาบ ช่วยในการประหยัด ไม่ต้องสระผมทุกๆวันที่ออกนอก บ้าน การคลุมศีรษะ มีประโยชน์ ในทางสุขภาพ การคลุมศีรษะ ไม่ได้มีประโยชน์  ในการ ช่วยให้ ผู้สวมไปสวรรค์ อย่างที่ครูสอนศาสนา อิสลาม ใช้สอนกันอยู่ ทุกๆวันนี้

                ประโยชน์ของ ฮิญาบ เราจะเห็นได้ ในเมืองไทย, ตามสนามกอล์ฟ ทุกๆแห่ง หญิงวัยรุ่น ที่ทำงานเป็น “แคดดี” ผู้แบกถุงกอล์ฟ ให้ นักกอล์ฟ จะคลุมฮิญาบ เห็นแต่ใบหน้ากลม บางคนก็ คลุมใบหน้าเปิด แต่นัยน์ตาเท่านั้น เมื่อเวลาแดดจัด และอีกแห่งหนึ่ง คือ เวลา ดำนา หรือ ลงกล้า สตรีที่ทำงานในทุ่งนา จะแต่งตัว สีดำ และคลุมศีรษะด้วยฮิญาบ สีดำ คลุมศรีษะตลอดจนใบหน้า ลำคอ และทรวงอกทั้งร่างกาย

                        สุภาพสตรีที่ทำงาน ตามสถานที่ ดังกล่าว แต่งกายเช่นเดียว  กัน คือ “สวมฮิญาบ” และ คลุมร่างกาย เช่นเดียวกับ หญิงที่อยู่ใน  ภาคตะวันออกกลาง ทั้งนี้ด้วยเหตุผลอย่างเดียว คือ “เพื่อความปลอด ภัยทางสุขภาพของร่างกาย”

    ฮิญาบมีประโยชน์อย่างไรในทางการแพทย์อย่างย่อๆ?

    1. ป้องกันผิวหนังเหี่ยวย่นก่อนอายุที่สมควร
    2. ป้องกัน รังษีของสนามแม่เหล็กที่แผ่จากแสง
    อาทิตย์(electromagnetic radiation)
    3. ป้องกัน  รังษีอุลตราไวโอเล็ต ที่มากเกินไป ที่จะ
    ทำให้เกิด มะเร็งผิวหนังได้
    4. ป้องกันการเกิด ไฝดำ (ฺBlack moles)
    ซึ่งเป็นกำเนิดของมะเร็งผิวหนังชนิดหนึ่ง และป้องกัน ผิวหนัง  แข็งและแตกกร้าน(solar keratoses)

    5. ในประเทศ ออสเตรเลีย มะเร็งผิวหนังมีจำนวน สูงมาก กว่า ทุกประเทศ มากกว่า ประเทศที่อยู่ในตะวันออกกลาง ทั้งนี้ เพราะ ชาวออสเตรเลียน ไม่ใช่เป็นคนพื้นเมือง แต่เป็นคนผิวขาว ซึ่ง มีสาร ใต้ผิวหนัง เรียกว่า เมลานิน น้อยมาก สารเมลานินนี้ เมื่อถูกแสงแดดจะทำให้ผิวหนังดำ และ ช่วยในการป้องกันมะเร็งผิวหนัง  การแต่งกายแต่งแบบยุโรปของชาวออสสเตรเลีย ไม่ได้มีการคลุมเหมือนชาวอรับ จึงทำให้ผิวหนังถูก แสงแดดมาก ทำให้เกิด โรค มะเร็งผิวหนังมากดังกล่าวแล้ว   นี่คือเหตุผล   ที่ชาวอรับสวมฮิญาบ  ไม่มีเหตุผลอื่นใดใน แง่ของศาสนา

                   ในแง่ศาสนาอัลกุรอานวางหลักการ การแต่งกายของ หญิง และ ชาย ไว้อย่าง รัดกุม และง่ายต่อการปฏิบัติ,  อัลกุรอานสอนให้ปกปิดของ สงวนอย่าแต่งตัวให้ อุดจาด  ถ้าผู้หญิงที่อยู่ในบ้าน แต่ง ตัว ตาม สะดวก  เวลาออกจากบ้าน ก็ให้ใส่เสื้อคลุม สิ่งที่อุดจาด อนาจาร  แต่ไม่ได้กล่าว  ว่า จะต้องคลุมอย่างไร?  การนุ่งกางเกง การสวมกระโปงยาว เลย  หัวเข่า การสวมเสื้อปิดคอ หรือ เสื้อขอตื้น  แขนยาว หรือแขน สั้น  ตามสมัยปัจจุบัน  การนุ่งกางเกงที่ ไม่รัดจนเห็นร่องรอย ของร่างกาย  คือ การปิดบังส่วนอุดจาดอนาจาร  ย่อมไม่ขัดต่อหลักการของอิสลาม

                มุสลิมบางท่านกล่าวว่า ไม่ว่าความหมายของอัลกุรอานจะวาง  ไว้อย่างไร  “ฮาดีษ” กล่าวไว้ว่าอย่างไร เราก็ต้องตามฮาดีษ   ในที่นี้ เรา ต้องเข้าใจว่า ฮาดีษ คืออะไร ? และ เป็นฮาดีษ ของ “อัลลอฮ์” หรือ ของ “มนุษย์”  และถ้าเป็นของมนุษย์  “เป็นของท่านรอซูลที่แท้จริง”   หรือเป็น “ของอีหม่ามทั้งหลาย ที่อ้างว่าได้ยินว่าท่านรอซูลล์กล่าวว่า”,  หรือเป็นของอีหม่ามที่ได้ยินมาว่ามีผู้ได้ยินมาว่า ท่านรอซูลกล่าวว่า, ได้ยินมาจาก เรื่องที่เขาเล่าว่า, เขาได้ยินมาว่า ฯลฯ”
     ไม่ว่าจะ อยู่ในกรณีใด “ฮาดีษ” ของอัลลอฮ์  “อัลกุรอาน” คือ “ฮาดีษ” ที่แท้จริง, สมบูรณ์ที่สุด และ เป็น “ฮาดีษ” ที่มุสลิมจะ ต้องใช้เป็นหลักปฏิบัติ ในศาสนาอิสลามเท่าน้น  การใช้ สิ่งใดมา สอดแทรกใน “ฮาดีษ” ของ อัลลออ์ (อัลกุรอาน) ถือเป็นการสร้าง ภาคี ซูเราะฮฺ อัลญาซียะอฺ อายะ 6 ที่กล่าวว่า

    “สิ่งเหล่านั้นคือ ปรากฏการมหัศจรรย์(บัญญัติ อัลกุรอาน) ของพระองต์อัลลออฮ์ ที่เราได้อธิบายต่อเจ้าโดยละเอียดด้วยความแท้จริง, แล้วยังจะ มี “ฮาดีษ” (1) ใดๆ อีกหรือ ที่นอกเหนือ ไปจาก “พระองค์อัลลอฮ์” และ “พระบัญญัติของพระองค์" (อัลกุรอาน),  ที่เขาทั้งหลายยังคง มีความศรัทธา อยู่อีก ?” (๔๕..๖)
    (1)…..
    คำว่า “ฮาดีษ”  ในที่นี้หมายถึง ข้อความ, คำประกาศ, คำบอกเล่า, คำพรรณนา, เรื่องที่เล่ากันต่อๆมา

    เหตุที่คำว่า  "ฮาดีษ " ถูกนำมาใช้ในที่นี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่า “อัลกุรอาน” เป็นสิ่งที่ถูกประทานให้ โดย "พระองค์อัลลออ์",ไม่ ใช่เป็นเรื่องบอกเล่า     โดย   มนุษย์   ที่มุสลิมส่วนใหญ่   ยึดถือ ปฎิบัติ แทน "อัลกุรอาน"  หรือควบคู่ไปกับ "อัลกุรอาน" หรือแม้ กระทั้งนำใช้ในการอธิบาย  "อัลกุรอาน"


    รูปภาพแสดงชนิดของฮยาบชนิดต่างๆที่ใช้มาก่อน "อิสลาม"

    แก้ไขเมื่อ 01 พ.ค. 47 19:36:26

    แก้ไขเมื่อ 01 พ.ค. 47 19:35:19

     
     

    จากคุณ : แมทท์ - [ วันแรงงาน 19:05:09 ] ส่งภาพนี้เข้ามือถือ


 
 


>


คลิกเพื่ออ่านกติกามารยาท
คลิกเพื่ออ่านHelp & FAQ
ต้องการแตกประเด็นจากกระทู้เดิมคลิกที่นี่
ความคิดเห็น : คลิกที่นี่เพื่อใช้งาน icon
ชื่อ : ตรวจสอบสถานะของ member ที่นี่
ไฟล์ประกอบ : (ไม่เกิน 150 K / Member เท่านั้น / Preview ไม่ได้)
(gif, jpg, png, mid, wav, mp3, wma, swf)
Photo2Mobile : ยินดีให้นำไฟล์ประกอบนี้ (เฉพาะ gif, jpg, png) ไปให้บริการส่งรูปเข้ามือถือจอสี
(เพื่อป้องกันการถูกฟ้องละเมิดลิขสิทธิ์ การอนุญาตควรมาจากเจ้าของรูปโดยแท้จริง)
ยินดี ไม่ยินดี
 
(ส่งไฟล์ประกอบ Preview ไม่ได้) PANTIP Toys